คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ 056-219100-29

ประวัติความเป็นมา

คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ เริ่มต้นจากการเป็น "คณะวิชาวิทยาการจัดการ" ซึ่งจัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2527 ภายหลังการประกาศใช้พระราชบัญญัติวิทยาลัยครู พ.ศ. 2527 โดยมีการโอน
• ภาควิชาสหกรณ์ จากคณะวิทยาศาสตร์
• ภาควิชาเศรษฐศาสตร์ และ
• ภาควิชาการสื่อสารและการประชาสัมพันธ์ จากคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
เข้าสู่การกำกับดูแลของคณะใหม่ โดยมีภารกิจในการผลิตบัณฑิตสายวิชาชีพทางด้านการจัดการเพื่อรองรับการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจของประเทศ
ในช่วงเริ่มต้น คณะฯ ประกอบด้วย 3 ภาควิชา คือ
1) ภาควิชาบริหารธุรกิจ
2) ภาควิชาเศรษฐศาสตร์
3) ภาควิชาการสื่อสารและการประชาสัมพันธ์

การจัดตั้งภาควิชาในระยะเริ่มต้นยังไม่ได้รับรองทางกฎหมายอย่างสมบูรณ์ จนกระทั่งในวันที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2530 ได้มีประกาศในราชกิจจานุเบกษา รับรองการแบ่งส่วนราชการอย่างเป็นทางการ โดยมีการปรับชื่อภาควิชาเป็น
• ภาควิชาบริหารธุรกิจและสหกรณ์
• ภาควิชาเศรษฐศาสตร์
• ภาควิชาการสื่อสารและการประชาสัมพันธ์

ต่อมาในปี พ.ศ. 2535 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามใหม่แก่ “วิทยาลัยครู” ทั่วประเทศว่า “สถาบันราชภัฏ” เพื่อสะท้อนพันธกิจที่ครอบคลุมทั้งการผลิตบัณฑิตวิชาชีพครู และบัณฑิตสายวิชาชีพอื่น ๆ

เมื่อถึงปี พ.ศ. 2538 รัฐบาลได้ตรา พระราชบัญญัติสถาบันราชภัฏ พ.ศ. 2538 ซึ่งให้สิทธิแก่สถาบันราชภัฏในการเปิดหลักสูตรระดับที่สูงกว่าปริญญาตรี และปรับโครงสร้างการบริหารภายในใหม่ รวมถึงเปลี่ยนชื่อ "คณะวิชาวิทยาการจัดการ" เป็น "คณะวิทยาการจัดการ" และเปลี่ยนตำแหน่งหัวหน้าคณะวิชาเป็น “คณบดี”

ต่อมาในปี พ.ศ. 2547 สถาบันราชภัฏทั่วประเทศได้รับการยกระดับเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏ ตาม พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. 2547 โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2547 ส่งผลให้คณะวิทยาการจัดการมีสถานะเป็นหน่วยงานในมหาวิทยาลัย และได้จัดโครงสร้างการบริหารใหม่เป็น 2 ภาควิชา และ 1 สำนักงาน ได้แก่
1) ภาควิชาบริหารธุรกิจ
2) ภาควิชานิเทศศาสตร์และอุตสาหกรรมบริการ
3) สำนักงานคณบดี

ในระยะต่อมา คณะได้มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างภายในอีกครั้ง โดย ยกเลิกระบบภาควิชา และเปลี่ยนเป็น การบริหารในรูปแบบ “สาขาวิชา” เพื่อให้สอดคล้องกับเกณฑ์การจัดการศึกษาตามเกณฑ์ สกอ. และ AUN-QA ในปัจจุบัน

ณ ปี พ.ศ. 2568 คณะวิทยาการจัดการ มีหลักสูตรที่เปิดสอนทั้งหมด 9 หลักสูตร ครอบคลุมทั้งระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก ดังนี้
• ระดับปริญญาตรี (7 สาขาวิชา 7 หลักสูตร)
1) สาขาวิชาการจัดการทรัพยากรมนุษย์และองค์การ
  หลักสูตร: การจัดการธุรกิจ ทรัพยากรมนุษย์และองค์การ (บธ.บ.)
2) สาขาวิชาการบัญชี
  หลักสูตร: การบัญชี (บช.บ.)
3) สาขาวิชาการตลาด
  หลักสูตร: การตลาดดิจิทัล (บธ.บ.)
4) สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ
  หลักสูตร: ธุรกิจดิจิทัลและเทคโนโลยี (บธ.บ.)
5) สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์
  หลักสูตร: เศรษฐศาสตร์การจัดการธุรกิจการค้าสมัยใหม่ (ศ.บ.)
6) สาขาวิชานิเทศศาสตร์
  หลักสูตร: นิเทศศาสตรบัณฑิต (นศ.บ.)
7) สาขาวิชาการท่องเที่ยวและบริการ
  หลักสูตร: การท่องเที่ยวและการโรงแรม (ศศ.บ.)

• ระดับบัณฑิตศึกษา 
   ระดับปริญญาโท
หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (บธ.ม.)
ทำการเปิดสอนตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2563 แบบวิชาการ และแบบวิชาชีพ ที่มุ่งเน้นการพัฒนาภาวะผู้นำทางธุรกิจและการวิจัยเชิงประยุกต์
ระดับปริญญาเอก
หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (ปร.ด.) สาขาวิชาบริหารธุรกิจ
ทำการ เปิดสอน ปี พ.ศ. 2568  หลักสูตรนี้พัฒนาขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการบุคลากรระดับสูงด้านบริหารธุรกิจ โดยเน้นการสร้างองค์ความรู้ใหม่ผ่านการวิจัยขั้นสูง เสริมศักยภาพด้านการวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ และการบริหารองค์กรในระดับนโยบาย ทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน

ปรัชญา

มุ่งสร้างสรรค์นวัตกรรมการจัดการและการศึกษาที่ทันสมัย เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะบัณฑิตและขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นให้เติบโตอย่างยั่งยืน

วิสัยทัศน์

เป็นองค์กรสมรรถนะสูงที่มีความยืดหยุ่น เป็นผู้นำด้านนวัตกรรมการจัดการเพื่อขับเคลื่อนความยั่งยืนและสร้างมูลค่าเพิ่มให้ท้องถิ่นในยุคดิจิทัล ภายในปี 2570

ประเด็นยุทธศาสตร์

ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 1
การผลิตบัณฑิตและพัฒนากำลังคนให้มีสมรรถนะและศักยภาพสูง เพื่อรองรับการทำงานในอนาคต (Future of Work) และการพัฒนาชุมชนเชิงพื้นที่
เป้าประสงค์ (Goals)
1. ผลิตบัณฑิตที่มีสมรรถนะวิชาชีพเป็นเลิศ มีทักษะดิจิทัล (Digital Literacy) และพร้อมทำงานในโลกอนาคต
2. สร้างบัณฑิตที่มีคุณลักษณะตามอัตลักษณ์ MILD Model (เก่งงาน, สร้างสรรค์, จิตสาธารณะ, ทันเทคโนโลยี) และมีทักษะวิศวกรสังคม
กลยุทธ์ (Strategies)
1. พัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะ (Competency-Based) และหลักสูตรระยะสั้น (Non-degree/Credit Bank) เพื่อรองรับการเรียนรู้ตลอดชีวิตและเทรนด์อาชีพใหม่ๆ
2.ยกระดับการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการกับการทำงาน (CWIE): เน้นการลงมือทำจริงในสถานประกอบการ และการใช้เทคโนโลยี AI สนับสนุนการเรียนรู้
3.เสริมสร้างทักษะวิศวกรสังคม และอัตลักษณ์ MILD Model ผ่านกิจกรรมเสริมหลักสูตรที่เน้นการแก้โจทย์ปัญหาชุมชน (Community-based Learning)
4.สร้างระบบรับรองสมรรถนะทางวิชาชีพ (Professional Certification) เพื่อการันตีคุณภาพบัณฑิตก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงาน

ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 2
การวิจัยและสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจท้องถิ่นและยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชน
เป้าประสงค์ (Goals)
1. ผลิตงานวิจัยและนวัตกรรมการจัดการ (Management Innovation) ที่สร้างผลกระทบเชิงเศรษฐกิจและสังคม (High Impact/SROI) อย่างเป็นรูปธรรม
2. นำองค์ความรู้และนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์จริง (Utilization) ในการยกระดับผลิตภัณฑ์และบริการของชุมชนสู่มาตรฐานสากล
กลยุทธ์ (Strategies)
1. ส่งเสริมการวิจัยเชิงพื้นที่ (Area-based) แบบมีส่วนร่วม (Co-creation) โดยใช้โมเดล MILD ผสานความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายชุมชนและเอกชน เพื่อแก้ปัญหาจริงในพื้นที่
2. ยกระดับภูมิปัญญาท้องถิ่นด้วยเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) และ BCG Model ประยุกต์ใช้ Design Thinking และเทคโนโลยีดิจิทัลในการเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการ
3. พัฒนาศูนย์ความเป็นเลิศ (Center of Excellence) ด้านนวัตกรรมการจัดการ เพื่อเป็นคลังสมองและที่ปรึกษาทางธุรกิจให้กับวิสาหกิจชุมชนและ SMEs
4. ผลักดันการนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์และสังคม ส่งเสริมการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา (IP) และการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุมชน

ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 3
การยกระดับบริการวิชาการเพื่อสร้างคุณค่าร่วม (Creating Shared Value: CSV) และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนและสังคม
เป้าประสงค์ (Goals)
1. ให้บริการวิชาการที่ตอบโจทย์ความต้องการเชิงลึก (Insight) ของชุมชนและสังคม โดยมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ที่วัดค่าได้ทางสังคม (SROI : Social Return on Investment)
2. สร้างและขยายเครือข่ายความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ทั้งในระดับชาติและนานาชาติ เพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานรากสู่สากล
กลยุทธ์ (Strategies)
1. พัฒนาบริการวิชาการเชิงรุกแบบตัดเย็บเฉพาะ (Customized Solutions) โดยใช้องค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการและเทคโนโลยีดิจิทัล เข้าไปแก้ Pain Point ให้กับวิสาหกิจชุมชนและ SMEs
2. สร้างแพลตฟอร์มความร่วมมือแบบพหุภาคี (Public-Private-People Partnership: 4P) เพื่อเป็นกลไกกลางในการเชื่อมโยง ทรัพยากร และติดตามประเมินผลลัพธ์ (Impact Tracker) แบบ Real-time
3. บูรณาการพันธกิจสัมพันธ์กับสังคม (Social Engagement) ผสมผสานการเรียนการสอนกับการบริการวิชาการผ่านโครงการ "1 หลักสูตร 1 ชุมชนนวัตกรรม"
4. ยกระดับความร่วมมือสู่สากล (Global Partnership) แสวงหาความร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศ หรือสถาบันการศึกษาต่างประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และยกระดับมาตรฐานสินค้าชุมชนสู่การส่งออก

ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 4
การทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมและสร้างสรรค์ภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่มูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ (Creative Culture & Local Wisdom)
เป้าประสงค์ (Goals)
1. ยกระดับทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นให้เป็นสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset) และผลิตภัณฑ์เชิงสร้างสรรค์
2. สืบสานและต่อยอดมรดกทางวัฒนธรรมผ่านกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมกับชุมชนอย่างยั่งยืน
กลยุทธ์ (Strategies)
1. บูรณาการทุนทางวัฒนธรรมกับการเรียนการสอน (Cultural Integration) สอดแทรกองค์ความรู้ท้องถิ่นลงในรายวิชาการจัดการและนิเทศศาสตร์ เพื่อสร้างนวัตกรรมสินค้าและบริการ
2. พลิกโฉมแหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมสู่โลกเสมือน (Digital Cultural Heritage) พัฒนาพิพิธภัณฑ์ออนไลน์ หรือสื่อดิจิทัล (VR/AR/Storytelling) เพื่อเผยแพร่ภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่สายตาชาวโลก
3. จัดกิจกรรมวัฒนธรรมเชิงสร้างสรรค์และร่วมสมัย (Creative & Contemporary Events) ร่วมมือกับชุมชนจัดเทศกาลหรืออีเวนต์ที่ผสมผสานประเพณีดั้งเดิมกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่
4. ส่งเสริมผู้ประกอบการวัฒนธรรมรุ่นใหม่ (Cultural Entrepreneurship) สนับสนุนให้นักศึกษาและบุคลากรนำแรงบันดาลใจจากศิลปวัฒนธรรม มาสร้างเป็นธุรกิจ Startups หรือวิสาหกิจเพื่อสังคม

ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 5
การพัฒนาองค์กรสู่ความเป็นเลิศ (High Performance Organization) ด้วยธรรมาภิบาลและนวัตกรรมการบริหารจัดการ
เป้าประสงค์ (Goals)
1. พัฒนาระบบบริหารจัดการให้มีความคล่องตัว (Agility) โปร่งใส และมีธรรมาภิบาล (Good Governance) บนฐานวิถีใหม่
2. ยกระดับขีดความสามารถของบุคลากรให้มีสมรรถนะสูง (High Competency) และมีความพร้อมในการปรับตัวต่อเทคโนโลยีดิจิทัล
กลยุทธ์ (Strategies)
1. ปรับกระบวนการทำงานสู่ดิจิทัลเต็มรูปแบบ (Digital Transformation) เปลี่ยนระบบเอกสารเป็น Digital Workflow และใช้ข้อมูลในการตัดสินใจบริหารงาน (Data-Driven Management) เพื่อความรวดเร็วและแม่นยำ
2. ยกระดับคุณภาพการบริหารจัดการตามเกณฑ์ EdPEx และ ITA มุ่งเน้นความเป็นเลิศในการดำเนินการ และรักษามาตรฐานความโปร่งใสตรวจสอบได้
3. พัฒนาทักษะดิจิทัลและนวัตกรรม (Digital & Innovation Skills) ส่งเสริมให้บุคลากรนำ AI และ Technology มาประยุกต์ใช้เพื่อลดขั้นตอนการทำงานและเพิ่มประสิทธิภาพ
4. บริหารผลการปฏิบัติงานมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ (Performance Management System: PMS) เชื่อมโยงตัวชี้วัดระดับองค์กรสู่ระดับบุคคล (Cascading KPIs) และติดตามผลแบบ Real-time
5. สร้างวัฒนธรรมองค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Culture) และแผนพัฒนาคน (IDP) ส่งเสริมการพัฒนาตนเองตามเส้นทางความก้าวหน้า (Career Path) และค่านิยม MILD

พันธกิจ

1) ผลิตบัณฑิตและพัฒนากำลังคนให้มีสมรรถนะตอบโจทย์ตลาดแรงงานยุคใหม่ มีภาวะผู้นำทางจริยธรรม และทักษะดิจิทัลที่พร้อมรับใช้สังคม
2) วิจัยและสร้างสรรค์นวัตกรรมการจัดการ (MILD Model) เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของท้องถิ่น
3) ให้บริการวิชาการเชิงรุกเพื่อสร้างคุณค่าร่วม (Co-creation) กับภาคีเครือข่ายและขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน
4) พัฒนาระบบบริหารจัดการที่คล่องตัว (Agility) ด้วยข้อมูลสารสนเทศและธรรมาภิบาล มุ่งสู่การเป็นองค์กรสมรรถนะสูงที่ยั่งยืน

ค่านิยมร่วม(Shared Value) FMS

  • F: Focus Strategic Agility หมายถึง มุ่งเน้นศักยภาพในการเข้าถึง เข้าใจ และใช้ประโยชน์เพื่อการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับองค์กร
  • M: Managing for Innovation หมายถึง การสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้มีเทคโนโลยีและนวัตกรรม
  • S: Smart System Perspective หมายถึง การมองภาพรวมเพื่อประสมประสานระบบงานอย่างมืออาชีพ

อัตลักษณ์

นักจัดการนวัตกรรม สร้างคุณค่าท้องถิ่น รู้เท่าทันดิจิทัล

เอกลักษณ์

ผู้นำนวัตกรรมการจัดการเพื่อพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

ตราสัญลักษณ์